Posted by: JibLek on: January 20, 2009
Posted by: JibLek on: January 12, 2009
.
Got on a board a west bound 747
Didn’t Think before deciding what to do
All that talk of opputunities, TV breaks and movies
Rang true, sure rang true
Seems it never rains in Southern California
Seems I’ve often heard that kind of talk before
It’s never rains in California
But girls don’t they warn ya
It’s pours, man, it’s pours
.
ไม่เคยมีฝนตกในแคลิฟอร์เนียหรอก
มันก็แค่เทกระหน่ำลงมาต่างหาก
Posted by: JibLek on: October 20, 2008
” ด้วยรัก ความตาย
และ หัวใจสลาย “

เพิ่งไปคว้าฉบับแปลไทยพิมพ์ใหม่โดยสำนักพิมพ์กำมะหยี่มา
เมื่อต้นปีได้อ่านนอร์วีเจียน วู้ดฉบับภาษาอังกฤษ ประทับใจมาก
ถึงมันอาจจะดูงงๆ แต่ก็ไม่ได้เข้าใจยากเท่าหนังสือเล่มอื่นๆของมุราคามิ
ความแตกต่างตอนอ่านแบบแปลไทย รู้สึกเหมือนจะอินไปกับคำศัพท์ที่คุณนพดลสรรหามาใช้ แอบยิ้มพร้อมหดหู่ไปกับโทรุและสองสาว
เหมือนเรื่องราวได้เกิดขึ้นจริงในชีวิตไปด้วย
รู้สึกว่าตัวเองเหมือน โทรุ
” ผมอยู่ที่นั่น มองเห็นคุณทุกสัปดาห์ พูดคุยกับคุณ และทราบดีว่า ในหัวใจของคุณมีแต่คิซึกิ เจ็บ เจ็บจนแทบทนหายใจไม่ออก “
รู้สึกว่าตัวเองเหมือน นาโอโกะ
” อย่าลืมฉันได้ไหม?…คุณจะจำได้ไหมว่าฉันเคยดำรงอยู่ และฉันเคยยืนอยู่ข้างคุณเหมือนตอนนี้ “
รู้สึกว่าตัวเองเหมือน มิโดริ
” ฉันเป็นผู้หญิงมีตัวตน มีชีวิต มีเลือดไหลพล่านทั่วตัว คุณกอดฉันทั้งตัว ฉันบอกกรอกหูคุณในตอนนี้ว่าฉันรักคุณ ฉันพร้อมจะทำทุกอย่างที่คุณร้องขอ ฉันอาจจะเพี้ยนมากกว่าคนอื่นๆแต่ฉันก็เป็นคนดี เปิดเผย ซื่อสัตย์ พร้อมทำงานหนัก แล้วก็น่ารัก มีนมก้อนใหญ่ไม่น้อยหน้าใคร ฉันเป็นแม่ครัวมีฝีมือ พ่อทิ้งเงินก้อนใหญ่ไว้ให้ อย่างนี้แล้ว คุณไม่คิดหรือว่าคุ้มเกินคุ้ม ถ้าคุณไม่ต้องการฉัน ฉันก็จะเร่ไปที่อื่น “
อึ้งกับตอนจบมากๆ แต่ถ้านั่นคือการปลดปล่อยเรื่องทุกอย่าง ก็ถือว่าโอเคเลยล่ะ
Posted by: JibLek on: July 26, 2008
Posted by: JibLek on: July 25, 2008
.
อืม .. จะเดือนแปดละสินะ
เริ่มหลับนอนนอนหลับไม่เป็นเวลาอีกตามเคย
สภาพร่างกายย่ำแย่ตามสภาพประเทศไทยตอนนี้เลยไม่มีผิด ฮ่าๆๆ
แต่ร่างกายเราย้ายไปอยู่ที่อื่นไม่ได้ ไม่เหมือนคนทำผิดคนชั่วที่เตรียมลี้ภัยไปเกาะกงได้
คุ้มจริงๆ เกาะกงกับเขาพระวิหาร บรรพบุรษสู้มาตั้งนานเปล่าประโยชน์หมด ไม่รู้ใช้สมองนิ้วไหนคิด
ไหนจะปั่นชาวบ้านอุดรให้ตีกันเองอีกล่ะ เห้ออ
ขวัญชัย ไพรพนา เป็นคนสุพรรณไม่ใช่เหรอ? ไปเสือกอะไรกับเขา หรือว่าค่าจ้างแพง
แล้วท่าทางรัฐบาลที่รู้เห็นเป็นใจอีกล่ะ ทีตอนมท1ลงใต้ มีม็อบไปรอทำขี้ขลาดงอแงรีบกลับ สงสัยไม่ได้เอาลูกไปด้วย
ทียังงี้ปล่อยให้คนรุมทำร้ายฝ่ายตรงข้ามได้ ไม่รู้จะพูดยังไง
รัฐบาลเดรัจฉาน เหลือเดนและเหลือรับจริงๆ
.
เบื่อกรุงเทพและอุดร
เบื่อหุ่นเชิด เบื่อเขมร เบื่อ
จันทร์นี้จะไปปายละนะ
ผ่านไปครึ่งปี ไม่รู้ปายจะเจริญขึ้นกว่าเดิมอีกไหม
.
Posted by: JibLek on: July 8, 2008
.
i’m tired and tiresome
whateva which can makes me sad and grieve
he tell me that i must forbear .. so why ?
all the time with wet eyes
sometimes i feel like my heart does not speak of beats
i won’t love to bleed anymore
i hate to bring the tears of pain
”’
* did u let me go ?
we are the mirror. ready to broken
and someday we will be free
.
Posted by: JibLek on: May 20, 2008
สยาม
กระเพราเนื้อไข่ดาว & ข้าวผัดแฮมไข่ดาว
21
CTW
ข้าวแกงกะหรี่เยอรมัน
ไอติมชาเขียวนมกับไอติมช็อกโกแลต
BTS Sky Walk
ไฮเนเก้น จุ๊บปาจุ๊บ
ซอยสอง
ห้องน้ำลิโด้
รักเธอ
.
ปล.
ไม่อยากให้ช่วงเวลานี้หายไป
.
Posted by: JibLek on: May 17, 2008
หายไปนาน ไม่ได้มาเขียนอะไรไว้เลย
ที่จริงก็ล็อกอินมาหลายครั้งละนะ แต่พอตั้งท่าว่าจะเขียนจริงๆ เรื่องที่พูดมันก็หมดลงดื้อๆ
เป็นงี้แหล่ะ มีความสับสนอยู่ในตัวเองสูง ฮ่าๆๆ
ตอนนี้ก็ได้เป็นนักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์สมใจละ ตามที่ใฝ่ฝันมาหลายปี
แต่ก็เริ่มชักจะไม่อยากไป .. เอ๊ะ ยังไง? – -”
เหตุผลมีแค่อย่างเดียว มีตัวแปรอยู่ตัวเดียว นั่นก็คือคนคนเดียว
ฟังดูก็รู้ว่าแย่นะ ที่แยกเรื่องหลักๆออกมาจากความรักไม่ได้ แล้วมันก็คือปัญหาใหญ่ซะด้วย
อีกหกวันที่เหลือที่จะได้อยู่ด้วยกัน ยิ่งใกล้ก็ยิ่งไม่อยากห่าง
บางคนบอกว่า กลัวอะไร ห่างไปก็ยังเหมือนเดิมได้
แต่ก็เพราะรู้อยู่แก่ใจว่า ยังไงมันก็คงไม่เหมือนเดิม สติเลยหลุดมาแบบนี้
รักมาก อยากอยู่ด้วยตลอด
ที่ผ่านมารักใคร ก็ไม่เคยรักได้มากเท่ากับผู้ชายคนนี้
มีบ้างที่อาจจะหวั่นไหวไปรู้สึกดีกับคนอื่น
แต่เธอรู้ไหม ฉันไม่สามารถรักคนอื่นได้ ในแบบที่ฉันรักเธอ
ฉันไม่สามารถมองเห็นตัวฉันเดินเคียงข้างคนอื่น … นอกจากเธอ
เฮ้อ พูดไปก็เท่านั้น กะว่าจะไม่มาเขียนเรื่องรักๆอะไรในนี้ละนะ
อีกสิบปีกลับมาอ่านก็ไม่ตลก ไม่อยากเศร้า
เดี๋ยวพรุ่งนี้มาอัพอีกดีกว่า คราวนี้เปลี่ยนเรื่องไปเลยเนอะ แต่ไม่รู้จะคิดออกรึเปล่านี่สิ : P
ปล. shawnism * รู้สึกเหมือนจะเป็นโรคนี้ขั้นรุนแรงละนะ
Posted by: JibLek on: May 3, 2008
.
ช่วงนี้อะไรๆก็แพง แม่บ่นว่าจะใช้จ่ายอะไรก็ต้องประหยัดไว้ก่อนล่ะ
ราคาน้ำมันโลก แตะเฉียด120ดอลล่าร์ต่อบาร์เรลแล้ว
จากการเรียนในคณะเศรษฐศาสตร์มาของเรา ฮ่าๆๆ พบว่า
ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ต้นเหตุมาจากอเมริกาที่ใช้จ่ายเงินอย่างหนัก ทำให้งบขาดดุล
พอวันนึงเงินในตลาดโลกเยอะขึ้น ประเทศที่งบเกินดุลก็มี จึงมึการปรับdemand&supplyให้เข้าสู่ภาวะสมดุล
ราคาของ goods ก็เลยสูงขึ้นอย่างในปัจจุบัน
นี่ยังไม่นับรวมการปั่นราคาน้ำมันของพวกเฮดฟันจ์
มองในแง่เศรษฐศาสตร์ การขึ้นราคามาเท่าตัวในเวลาไม่กี่ปี ยังไงก็ทำใจเชื่อไม่ได้ว่ามันไม่ปั่น
แอบอิจฉาประเทศในกลุ่มโอเปค ที่ไม่ว่าราคามันจะพุ่งสูงทะลุเพดานเท่าไหร่
แต่ประชากรของประเทศเขาก็ยังได้ใช้น้ำมันในราคาที่ถูก โดยถือว่าเป็นไพรซ์ของรัฐบาลที่ให้สิทธิ์คนของเขาในฐานะประเทศผู้ผลิต
พอมองกลับมาที่ประเทศของเรากับราคาข้าวที่สูงขึ้นมาก สาเหตุมาจากวิกฤติของเวียดนามที่ต้องระงับการส่งออก
ไทยเราในฐานะผู้ส่งออกข้าวอันดับ1ของโลก จึงฟลุคได้ราคาส่งออกตันละหมื่นกว่าบาทไปโดยปริยายยย ^^”
ถึงส่วนตัวแล้วอยากจะให้รัฐบาลเก็งราคาให้สูงขึ้นมาเยอะๆหน่อย เอาคืนกับเรื่องค่าเงินบาทเมื่อสิบปีก่อน ฮ่าๆๆ
แต่คนไทยไม่ทำ เพราะว่าเราเป็นคนดี?? หรืออะไรซักอย่างเนี่ยแหล่ะ แหะๆๆ แต่เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร
ปัญหาอยู่ที่ว่า ทำไมคนไทยต้องกินข้าวตามราคาตลาดโลกด้วย
ที่จริงเรากดราคาข้าวในประเทศให้ถูก แต่ราคาส่งออกนอกประเทศมากเท่าเดิมก็ฟังดูไม่น่าจะยาก
แต่มันยากตรงที่สังคมเกษตรกรรมของเรามีพ่อค้าคนกลางหน้าเลือดเต็มไปหมด
กว่าผลผลิตจะผ่านออกมาสู่ผู้บริโภคอย่างเราๆเนี่ย มันต้องผ่านทั้งโรงสี(ซึ่งไม่เกี่ยวกับชาวนาแล้ว) พ่อค้า ร้านค้า
หากเราขายข้าวราคาในประเทศถูกกว่า ไอ่พวกนี้เนี่ยแหละมันจะกว้านซื้อออกไปทำกำไรกับต่างชาติหมด
แล้วก็อาจจะเกิดภาวะขาดแคลนข้าวได้ง่ายๆ ตรรกะมันต่างจากเรื่องน้ำมัน
เอาเข้าจริงๆแล้ว ชาวนาไทยเราก็ไม่ได้รวยขึ้นมากเท่าไหร่เลย
ราคาข้าวขึ้นไปสามเท่า ตัวเองได้เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ไหนจะโดนฉวยโอกาสขึ้นค่าเช่าทำนา ค่าเก็บเกี่ยว ค่ายา ค่านู่นนี่สารพัด
ตอนนี้ก็คงต้องกอบโกยกันหน่อย เพราะถ้าเวียดนามกับอินโดฟื้นตัวเมื่อไหร่ ราคาก็คงจะกลับเข้ามาสภาพเดิม
แต่ที่เหนื่อยหน่อยก็คงจะเป็นพวกเราเนี่ยแหล่ะ
มองเผินๆอาจคิดว่าดีจัง ข้าวขายได้ราคาดี เศรษฐกิจในประเทศก็ต้องดีตามแน่ๆ
ไม่จริงและไม่จริ๊งงงงง ยิ่งข้าวของปรับราคาเพิ่มขึ้น พืชผลทางการเกษตร น้ำมัน ฯลฯ
ปัจจัยที่เราใช้อุปโภคบริโภคมันก็จะยิ่งแพงขึ้น เงินก็จะเฟ้อๆๆ -______-”
การปรับเงินเดือนและค่าแรงขั้นต่ำคงเป็นการแก้ปัญหาแรกที่ถูกนำเอามาใช้แน่นอน
ถ้ามองในแง่การส่งออก อาจจะเป็นผลดี
แต่ถ้ามองในแง่ผลกระทบที่จะตามมา ก็ ไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ
: (
.
Posted by: JibLek on: April 29, 2008
.
ฉันมักจะเห็นเธอนั่งเหม่ออยู่ริมหน้าต่างบานนั้น ในฤดูร้อนที่แสนแห้งแล้ง
ความสุขบนความทุกข์ของเธอคือการรอคอย
ฉันไม่แน่ใจนักว่าเธอโง่หรือฉลาดที่ฝากความหวังไว้กับฝนกลางฤดูร้อน
ความร้อนแผดเผาเป็นของตายสำหรับฤดูนี้
ฝนเป็นเพียงเรื่องบังเอิญที่จะมาให้เธอได้ตื่นเต้นกันนาน ๆ ครั้ง
อยากจะมาก็มา อยากไปก็หายไป ไม่มีวี่แวว คาดเดาอะไรไม่ได้เลย
ความสุขจาก “เขา” ที่เธอรอคอยก็ไม่ต่างกับฝนกลางฤดูร้อนที่เธอหลงใหล
ฉันเคยคิดออกปากบอกให้เธอเลิกรอคอย
ทุกครั้งที่เห็นร่องรอยสารพัดบนชีวิตอันบอบบางของเธอ
รอยแผลเหล่านั้นช่างโหดร้ายรุนแรง
ยากจะเชื่อว่าเป็นผลพวงจากความรักหรือความกรุณา
คงไม่มีความกรุณาจากหัวใจดวงไหนที่จะทำร้ายคนเราให้บาดเจ็บได้ขนาดนี้
มันอาจเป็นสิ่งตกค้างจากความสุขหรือความทุกข์ของเธอกับเขา
…
เธอคงไม่รู้หรอกว่ามีผนตกทุกวันในฤดูฝน ไม่ใช่ความบังเอิญ
หรือเธออาจจะรู้ดีอยู่แล้ว แต่เธอไม่อยากเชื่อ
เหมือนกับที่เธอรู้ว่ามีฉันอยู่อีกคนที่สามารถให้ความสุขกับเธอได้
แต่เธอก็เลือกจะเชื่อว่า “ฉัน” ที่เธอพบเจออยู่ทุกวันเป็นเพียงสิ่งไม่มีตัวตน
และ “เขา” ที่เธอไม่เคยพบ มีอยู่จริง
…
เธอรู้ไหม…หาก “ฉัน” ไม่มีตัวตน “เขา” ก็อาจไม่มีอยู่จริงก็ได้
แต่มันจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อเธอวาดภาพเขาไว้ชัดเจนขนาดนั้น
เขาที่ไม่มีตัวตน มีรูปร่างแจ่มชัดในโลกของเธอ
…
เธอจะเสียใจหรือเปล่า หากเธอรู้ว่าเขาไม่ได้มีอะไรดีไปกว่าฉัน
เขาไม่ได้อยู่ใกล้เธอ ไม่ได้ใส่ใจเธอเหมือนที่ฉันใส่ใจ
ในเวลาที่ดวงตาของฉันมีแต่ภาพของเธอ
เขากลับหนีไปเฉย ๆ ปล่อยให้เธอระทมทุกข์
เขาส่งความเลวร้ายมารบกวนเธอ พรากความรักไปจากเธอ
หยิบยื่นความสูญเสียเป็นของขวัญให้เธอ
. . .
(เรื่องสั้น ฝน ; เปียก : เนชั่นบุ๊คส์)
.
s h a w n *
.